ป้าของผม

ป้าของผม

            ป้าของผมชื่อ “ม้วน” อายุ 70 ปี แต่ยังเดินเหินไปไหนโน่นไปนี้ได้ แกไม่ค่อยชอบนั่งรถ แต่ชอบเดินเท้าแถมยังได้ออกกำลังกายไปในตัว และยังถือโอกาสได้แวะหาพูดคุยกับใครหลายๆ คนได้ ทำให้ป้าแกเป็นที่รู้จักเกือบทั้งซอย ป้าม้วนมีนิสัยโอบอ้อมอารี ใจบุญ และปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลาหลายสิบปี ป้าม้วนเคยเล่าให้ผมฟังว่า ทุกคืนช่วงตีสองตีวาม แกจะต้องตื่นมานั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ และเดินจงกลม เสร็จแล้วก็สวดแผ่เมตตาใหญ่ให้เทวดา ผีสาง เจ้ากรรมนายเวร ญาติพี่น้องและทุกคนได้รับส่วนบุญส่วนกุศล เชื่อมั๊ยว่าแกไม่จำเป็นต้องใช้นาฬิกาปลุกเลย เพราะป้าแกเชื่อว่า เทวดามักจะมาปลุก บางคืนมีเสียงเคาะบ้าง เสียงเรียกบ้างทำให้แกตื่นมาปฏิบัติธรรม เพื่อรอฟังสวดมนต์และรับส่วนบุญ

            ผมมักจะถามว่าแกนั่งสมาธิแล้วเห็นอะไรบ้างมั๊ย แกบอกก็มีบ้างแต่ก็ไม่ได้ยึดติดอะไร บางคืนแกนั่งเห็นแสงสว่างเจิดจ้า เหมือนมีใครมาส่องไฟ จนแกสามารถมองเห็นรอบๆห้องได้โดยไม่ต้องลืมตา  บางคืนก็รู้สึกว่ามีคนมานั่งฟังแกสวดมนต์ พอแผ่เมตตาเสร็จก็ลุกกันกลับ ล่าสุดแกนั่งสมาธิเห็นว่าตัวเองเดินอยู่ริมแม่น้ำสักแห่งน่าจะอยู่ในประเทศอินเดีย แกนั่งนึกอยู่ในใจว่าแม่น้ำสายนี้น่าจะสำคัญมากและเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้า แกจึงอธิษฐานว่าอยากเห็นพระพุทธเจ้า อยู่ดีๆ แม่น้ำนั้นก็เหือดแห้งกลายเป็นเม็ดทรายเต็มไปหมด ป้าแกก็งง ไม่เห็นมีอะไร แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ต่อมาผมไปถามผู้รู้ในการทำนายฝันก็ตีความได้ว่า ถึงแม้ไม่เห็นพระพุทธเจ้าแต่ก็หากเดินทางรอยแห่งธรรมก็เหมือนกับได้พบพระพุทธเจ้าแน่นอน ส่วนเม็ดทรายที่ปรากฏเห็นนั้น น่าจะเป็นแม่น้ำเนรัญชราที่พระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานเสี่ยงทาย แปลความหมายว่า คนที่อธิษฐานจิตมีความปรารถนาที่จะเจริญรอยตามพระพุทธเจ้านั้น มีมากมายเหมือนเม็ดทราย จึงขอให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อไปนะดีแล้ว

             ต่อมาป้าแกไม่สบาย และลูกชายแกต้องไปธุระที่ต่างจังหวัด ป้าแกจึงขอนอนที่บ้านผมสองสามคืน ผมนึกดีใจว่า มีคนมาปฏิบัติธรรมบ้านเรา น่าจะร่มเย็น เพราะการสวดแผ่เมตตาของแก เช้าต่อมาแกมาเล่าให้ผมฟังเลยว่า ระหว่างนั่งสมาธิและสวดมนต์ รู้สึกเหมือนมีคนมานั่งฟังบทสวดมนต์เต็มบ้านเลย แกคิดว่าน่าจะเป็นเทวดาที่บ้านของแกมาฟังด้วย 

            คืนที่สอง ป้าม้วนเล่าให้ฟังว่า ระหว่างแกนั่งสมาธิช่วงประมาณตีสามตีสี่ ปรากฏภาพชายหญิงสองคนสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งเดินโซซัดโซเซมาจากท้ายซอย แล้วมาหยุดยืนหน้าบ้านแล้วมองไปที่ห้องที่แกนั่งสมาธิ พร้อมกับยกมือไหว้ขอส่วนบุญส่วนกุศล ป้าแกเริ่มสวดแผ่เมตตาและอุทิศส่วนบุญกุศลให้ จากนั้นทั้งสองก็ยกมือไหว้สาธุแล้วเดินจากไป ผมฟังป้าแกเล่าแล้วยังขนลุกไม่หาย เพราะก่อนที่ป้าแกจะมานอนที่บ้าน สามสี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุผู้หญิงถูกรถไฟทับจนร่างเละ ผมไม่แปลกใจเลยเพราะแถวบ้านผมเกิดเหตุการณ์นี้บ่อยครั้ง เชื่อว่าต้องมีวิญญาณวนเวียนอยู่แถวรางรถไฟมากมาย แต่ที่แน่ๆ ผมเคยฝันว่า ผมกำลังยืนอยู่หน้าบ้านตอนกลางคืน (ในฝันไม่รู้ว่าผมไปยืนทำไมหน้าบ้าน) แล้วมีผู้หญิงสวมเสื้อขาวเก่าๆขาดๆ ค่อยๆลอยมาจากท้ายซอย รู้เลยว่าเป็นผีแน่ๆ เพราะนอกจากหน้าตาขาวซีดแล้ว ส่วนขาทั้งสองข้างมันขาดหายไป ผมก็ยืนตัวแข็ง ผู้หญิงคนนั้นหยุดและมองหน้าผมโดยไม่พูดอะไร ผมไม่กล้าที่จะสบตา ก้มหน้าภาวนาพุทโธ พุทโธ อย่างเดียว ผู้หญิงคนนั้นพูดกับผมว่า “ไปอยู่ด้วยกันมั๊ย”  พร้อมกับเอามือมาจับแขนผม ใครจะอยู่ล่ะครับ จำได้ว่าในฝันผมสะบัดแขน แล้ววิ่งหนีเข้าบ้านตะโกนโหวกเหวก ผีหลอก ผีหลอก จนสะดุ้งตื่นเหงื่อไหลท่วมตัว  ถือว่าโชคดีหากวิญญาณเร่ร่อนมีจริง คงจะได้รับส่วนบุญส่วนกุศลที่ป้าผมได้แผ่ไปให้ เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อน ทั้งนี้ก็อาจจะเคยทำบุญร่วมกันจึงได้มาบรรจบพบกับป้าผมพอดี  เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า หากมีชีวิตอยู่ควรหมั่นทำบุญทำทานไว้บ้าง ชีวิตไม่แน่ไม่นอน หากตายไปจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนขอส่วนบุญส่วนกุศลใครต่อใคร เพราะสมัยนี้น้อยคนนักที่จะหันมาปฏิบัติธรรมสะสมบุญกุศลเอาไว้ต่อบุญเพื่อที่จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์พานพบพระพุทธศาสนาต่อไปในชาติต่อๆไป

………………………………………

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these <abbr title="HyperText Markup Language">HTML</abbr> tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

ข้ามไปยังทูลบาร์